ผู้เขียน: admin

การกินน้ำที่ถูกวิธีเมื่อเราหิวน้ำมากมาก

สำหรับมนุษย์แล้วการดื่มน้ำนั้นก็เพื่อทำให้ตนเองนั้นสามารถมีชีวิตอยู่รอดได้คุณรู้หรือไม่ว่าในร่างกายของคนเรานั้นน้ำเป็นองค์ประกอบหลักของร่างกายซึ่งมีมากถึง 2 ใน 3 ของทั้งหมดของร่างกายของเราเลยทีเดียว ในทุกวันเราจำเป็นที่จะต้องดื่มน้ำเข้าไปในร่างกายและการดื่มน้ำของเรานั้น

มีมากมายหลายวิธีไม่ว่าจะเป็นการดื่มน้ำจากแก้วหรือการดื่มน้ำจากขวดหรือการดื่มน้ำจากตู้ดื่มน้ำอัตโนมัติซึ่งแต่ละวิธีนั้นก็อาจจะมีความอันตรายแตกต่างกันออกไป ซึ่งน้ำนั้นหากเราดื่มไม่ถูกต้องก็จะสามารถเกิดอันตรายหรือไม่เกิดประโยชน์กับเราก็เป็นได้ดังนั้นเรามาดูกันว่าวิธีที่คุณดื่มน้ำนั้นเป็นวิธีที่ถูกต้องหรือไม่ 

      คุณรู้หรือไม่ว่าทุกครั้งที่คุณมีการดื่มน้ำเข้าไปในปริมาณที่มากๆและรวดเร็วนั้นมันจะทำให้ร่างกายของคุณไม่สามารถเก็บกักน้ำเอาไว้ใช้งานได้เนื่องจากว่ายิ่งคุณดื่มน้ำต่อครั้งเยอะมากเท่าไหร่คุณก็จะยิ่งมีการปวดปัสสาวะมากเร็วขึ้นเท่านั้นซึ่งมันก็จะกลายเป็นว่าคุณดื่มน้ำเข้าไปแล้วก็ถ่ายเทน้ำออกมาจากร่างกายของคุณดังนั้นร่างกายของคุณจึงอาจจะได้รับน้ำในปริมาณที่ไม่เพียงพอนั่นเอง

ซึ่งตามหลักที่ถูกต้องแล้วการดื่มน้ำนั้นควรจะต้องค่อยๆจิบในแต่ละมื้อไปเรื่อยๆไม่ควรดื่มในปริมาณครั้งละมากๆดังนั้นสำหรับกลุ่มคนที่ไปเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายมาหรือเดินทางไปยังบริเวณที่มีอากาศร้อนและเมื่อกลับมาต้องการดื่มน้ำเย็นแล้วดื่มเข้าไปในปริมาณมากๆภายในครั้งเดียวนั้นจึงทำให้พวกเขาเหล่านั้นแทบจะไม่ได้รับน้ำเข้าไปใช้ในร่างกายเลย

เพราะว่าเมื่อน้ำดื่มเข้าไปก็ถูกถ่ายเทออกมาจากการปัสสาวะนั่นเองซึ่งเราจะเห็นได้ว่าเมื่อเราดื่มน้ำเข้าไปภายใน 15 นาทีเราก็จะเริ่มปวดปัสสาวะแล้ว และอีกเหตุผลหนึ่งที่เราไม่ควรกินน้ำในครั้งเดียวในปริมาณมากๆน่าจะเพราะว่ามันอาจจะทำให้เราเสียชีวิตได้ เพราะการที่เรากินน้ำในปริมาณมากๆในครั้งเดียวนั้นมันจะทำให้เราเกิดภาวะการขาดออกซิเจนในช่วงที่เรากำลังกินน้ำได้

เนื่องจากดื่มน้ำเข้าไปในปริมาณมากๆนั้นมันจะเข้าไปทำให้โซเดียมในร่างกายของเราเจอจางและเป็นการเพิ่มน้ำในเซลล์ร่างกายของเรามากจนเกินไปซึ่งจะทำให้ร่างกายของเรานั้นเริ่มบวมน้ำ ดังนั้นทางที่ดีเพื่อไม่ให้เกิดอันตรายกับร่างกายของเราถึงแม้ว่าเราจะกระหายน้ำมากแค่ไหนแต่เราก็ควรจะค่อยๆจิบน้ำไม่ควรดื่มน้ำในปริมาณครั้งละมากๆมากเกินไปนั่นเอง

 

 

สนับสนุนโดย  bk8 ฝาก ขั้น ต่ํา

สัตว์เลี้ยงมีอาการฮีทโตรกต้องทำอย่างไร

            หลายคนคงเคยได้ยินโรคที่ชื่อว่า ฮีทโตรก ซึ่งโรคนี้มักจะเป็นกันมากในฤดูร้อน ซึ่งคนส่วนใหญ่เรียกโรคนี้ว่าโรคลมแดด   สำหรับคนที่เป็นโรคฮีทโตรกนั้นจะมีอุณหภูมิในร่างกายสูงมากเกินสี่สิบองศาเซลเซียสภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว

  และที่สำคัญอุณหภูมิที่สูงขึ้นมานั้นไม่ยอมลดลงได้เพราะต้องอยู่ในสถานที่ที่อากาศที่ร้อนจัดมากเกินไป และนอกจากที่ร่างกายจะร้อนจัดแล้ว จะยังมีอาการส่งผลไปที่อวัยวะภายในของร่างกายอีกด้วย และหากใครก็ตามที่มีอาการของโรคฮีทโตรกและเมื่อมีอาการที่หนักหนาสาหัสและหากไม่รีบรักษาอย่างทันท่วงทีก็จะทำให้คนที่มีอาการของโรคฮีทโตรกนี้เสียชีวิตไปเลยก็ได้

       สำหรับการเกิดอาการฮีทโตรกนี้ไม่ได้เกิดขึ้นได้เพียงแค่กับคนเท่านั้น แม้แต่กับสัตว์เองก็สามารถมีอาการของโรคนี้ได้เช่นกันและพวกมันก็สามารถเกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตได้เช่นเดียวกัน หากพวกมันมีอาการหนักมากมาก และสำหรับเวลาที่สัตว์เลี้ยงของเราเป็นโรคลมแดดนั้นอาการของสัตว์ไม่ได้แตกต่างจากอาการของคนเลย

นั่นก็คือ อุณหภูมิในร่างกายของสัตว์เลี้ยงของเราจะสูงขึ้นเกินกว่า 40 องศาเซลเซียสโดยอุณหภูมิจะขึ้นมาอย่างรวดเร็ว โดยที่ร่างกายของสัตว์เลี้ยงนั้นไม่สามารถระบายความร้อนได้ทัน และส่วนใหญ่แล้วเหตุผลที่ทำให้สัตว์เลี้ยงของเรามีอาการตัวร้อน ไม่ว่าจะเป็นหมาหรือเป็นแมวก็ตามส่วนใหญ่แล้วสัตว์เลี้ยงมักจะมีอาการของการติดเชื้อจึงทำให้มีอาการของไข้สูงขึ้นได้

หรืออีกเหตุผลหนึ่งก็คือการที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงมักจะนำสัตว์เลี้ยงของตัวเองใส่รถไปข้างนอกบ้านด้วย และอาจจะปล่อยมันเอาไว้ให้อยู่ในรถ หรืออยู่สถานทีที่มีอากาศร้อนจัดมากเกินไปหรือนานไปนั่นเอง และหากเราเห็นว่าสัตว์เลี้ยงของเรามีอาการหายใจเร็วและมีลิ้นสีแดงสด หรือว่ามีน้ำลายหนืด หรือพวกมันมีม่านตาขยายดูอ่อนแรง

และอาจจะมีอาการหมดสติแสดงว่าสัตว์เลี้ยงของคุณกำลังมีอาการของโรคลมแดดส่วนวิธีการดูแลและปฐมพยาบาลสัตว์เลี้ยงเบื้องต้น เมื่อสัตว์ของเราเป็นโรคลมแดดนั้น  ให้เรานำมันมาอยู่ในบริเวณที่มีอากาศถ่ายเทอยู่ในที่มีลมพัดผ่านเยอะเยอะและต้องเป็นสถานที่ในร่ม รวมถึงให้หาน้ำเย็นหรือน้ำแข็งมาประคบที่บริเวณที่เป็นข้อพับของมันไม่ว่าจะเป็นขาหนีบหรือแม้แต่ใต้รักแร้ รวมถึงวางไว้บนหัวของมันด้วย และให้รีบนำสัตว์เลี้ยงไปส่งโรงพยาบาลสัตว์ทันทีเพื่อให้สัตวแพทย์รีบทำการรักษา

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  rb88 ล็อกอิน

ผลไม้ที่ช่วยในเรื่องเกี่ยวกับการระบายลดท้องผูก

มั่นใจว่าหลายหลายๆคนชอบมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องเกี่ยวกับการท้องผูกเนื่องจากว่าปัจจุบันนี้คนจำนวนมากไม่ชอบนิยมทานผักซึ่งกระบวนการจัดการกับปัญหาของคนจำนวนมากชอบเป็นการซื้อยาระบายมาทานซึ่งเป็นขั้นตอนการที่ไม่ถูกจะต้องด้วยเหตุว่าถ้าหากพวกเราจำเป็นต้องทานยาระบาย

เมื่อใดก็ตามพวกเรามีลักษณะอาการท้องผูกจะก่อให้ร่างกายของเราจดจำและก็พวกเราจึงควรรับประทานยาระบายไปตลอดด้วยเหตุนั้นพวกเราจำเป็นที่จะต้องหาวิธีที่เหมาะสมที่สุดเพื่อให้ร่างกายของเราได้ขับถ่ายได้ด้วยตัวเอง

วันนี้ทางเว็บไซต์ คาสิโนออนไลน์ จะมาชี้แนะผลไม้ที่สามารถจะช่วยให้พวกเราขับถ่ายได้ดีขึ้นโดยที่ไม่ต้องพึ่งยาระบายอีกต่อไปซึ่งผลไม้ที่มีคุณประโยชน์ที่ช่วยสำหรับในการระบายการขับถ่ายให้ดียิ่งขึ้นนั้นมีดังต่อแต่นี้ไป

ข้าวโพด

คุณทราบหรือเปล่าว่าข้าวโพดนับว่าเป็นเมล็ดพืชที่มีคุณประโยชน์เป็นอย่างมากมีรสชาติที่หวานอร่อยรวมทั้งรับประทานง่ายสามารถเอามาต้มรับประทานหรือนำฝักอ่อนของข้าวโพดมารับประทานกับน้ำพริกก็ได้เนื่องจากว่าข้าวโพดมีกากใยอาหารสูงก็เลยสามารถช่วยทำให้พวกเราขับถ่ายได้ดีขึ้นคนไม่ใช่น้อยนิยมรับประทานข้าวโพดในลักษณะของของหวานยกตัวอย่างเช่นข้าวโพดอบเนยซึ่งการทานอย่างนี้ถึงจะช่วยเรื่องของระบบขับถ่ายแต่ว่าก็ทำให้พวกเราอ้วนได้ด้วยฉะนั้นการกินข้าวโพดเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุดควรจะรับประทานข้าวโพดต้มปกติที่ไม่ผสมกับอันอื่นเลย

แก้วมังกร

ผลไม้ที่มีรสหวานอร่อยอุดมไปด้วยสารอาหารทั้งยังวิตามินบีแล้วก็วิตามินซีในแก้วมังกรจะมีกากใยอาหารจำนวนมากด้วยเหตุดังกล่าวเมื่อพวกเราทานเข้าไปมันจะไปกระตุ้นระบบขับถ่ายของพวกเราให้ดียิ่งขึ้นช่วยรักษาท้องผูกของพวกเราได้ด้วยแก้วมังกรคือผลไม้ที่หาซื้อได้ง่ายตามตลาดหรือห้างสรรพสินค้าทั่วๆไปและก็ราคาไม่สูงมากเท่าไรนักสามารถซื้อมากินได้ตลอดเวลา

ส้ม

ผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอมหวานสามารถหาซื้อได้ตลอดทั้งปีผู้คนจำนวนมากนิยมทานส้มหรือเอามาไหว้นับถือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ส้มเป็นประโยชน์หลายประเภทโดยยิ่งไปกว่านั้นเรื่องของเป็นยาระบายเนื่องจากว่ามีวิตามินซีสูงรวมทั้งมีกากใยอาหารสูงอีกด้วยผู้ที่อยากได้ผิวสวยมักจะรับประทานส้มบ่อยๆการทานส้มไม่ทำให้อ้วนและก็ส้มทานได้ทั้งเป็นแบบผลหรือคันเป็นน้ำผลไม้และก็ถ้าหากคนใดที่รับประทานเป็นน้ำผลไม้ควรจะรับประทานเป็นแบบน้ำส้ม 100% ไม่สมควรผสมน้ำตาลเพราะว่านอกจากจะได้ประโยชน์แล้วบางทีอาจจะอ้วนเพราะว่าน้ำตาลได้อีกด้วยนะ

เคล็ดลับเล็กๆ เปลี่ยนแล้วมีความสุข 

ชีวิตของเราทุกคนในทุกวันนี้ ช่างยุ่งยากพออยู่แล้ว ไหนจะปัญหาด้านเศรษฐกิจ การเมือง หรือด้านสุขภาพ วันนี้เราจึงอยากจะแนะนำอะไรดีๆ ด้วยการแค่ปรับเปลี่ยนชีวิตนิดหน่อย เพื่อให้เวลาเจอปัญหาอะไร แล้วแค่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก็อาจจะช่วยให้ชีวิตคุณรู้สึกดีขึ้นได้อย่างไม่น่าเชื่อ

ครีเอทประโยคสร้างแรงบันดาลใจของตัวเอง เวลาเช้าหลังตื่นนอน ประโยคแรกที่คุณจะพูดกับตัวเองคือคำว่าอะไร หากประโยคนั้นไม่ใช่ประโยคแง่บวก จงรีบเปลี่ยนมันซะ เพราะประโยคแรกที่คุณคิดและพูดออกมา กับตัวเองคือสิ่งที่จะกำหนดอารมณ์ของชีวิตคุณในวันนั้นเลยทีเดียว ดังนั้นเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยรอยยิ้มและพลังบวก

สูดหายใจเข้าลึกๆ เพราะบางครั้งชีวิตก็ไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางเอาไว้ และเมื่อถึงเวลานั้นความรู้สึกที่เกิดขึ้นคือไม่สนุก และเบื่อ อารมณ์ดีๆ ของคุณก็จะแปรปรวน แต่ก่อนที่คุณจะระเบิดอารมณ์ออกมา ให้คุณลองนั่งนิ่งๆ สูดหายใจเข้าลึกๆ ก็จะช่วยให้สมองคุณโล่และความรู้สึกข้างในก็จะเย็นลง

เพิ่มวิตามินซีให้ชีวิต ใครก็ตามที่กำลังเครียดและหงุดหงิดง่ายไปกับทุกสิ่ง ให้ลองหันมากินผลไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินซีก็จะช่วยได้ เพราะนอกจากวิตามินซีจะมีประโยชน์ต่อสุขภาพแล้ว ยังช่วยปรับสภาพอารมณ์ได้อีกด้วย ครั้งหน้าหากคุณรู้สึกหงุดหงิดแทนที่จะคว้าขนมมากิน ลองเปลี่ยนมากินน้ำส้มหรือน้ำมะนาวแทนดูสิ

เลือกสีที่ชอบแล้วใส่มันซะ บางคนชอบอะไรที่ดูพื้นๆ เพราะกลัวที่จะลองสีสดๆ กลัวที่จะเป็นจุดสนใจ แต่สีสดนั้นช่วยในเรื่องของความคิดสร้างสรรค์ และมีผลต่ออารมณ์ของผู้สวมใส่ การได้ใส่เสื้อผ้าสีสดใสที่ชื่นชอบจะทำให้เรามีความสุขกับตัวเอง

เก็บเหรียญ เก็บออม เพราะเงินคือสิ่งจำเป็น และในชีวิตบางครั้งเงินก็ทำให้เรารู้สึกดี ถึงแม้เงินจะไม่ใช่ทุกอย่าง แต่เงินก็แก้ปัญหาได้เกือบทุกสิ่ง และหาความสุขให้กับเราได้ ดังนั้นลองเก็บเงินโดยใช้เหรียญเป็นหลัก เช่นวางโหลไว้แล้วหยอดเหรียญ 5 หรือเหรียญ 10 ที่มีอยู่ในกระเป๋าลงขวดโหลวันละ 1 ครั้ง เหรียญที่กองสูงขึ้นอาจจะทำให้คุณรู้สึกแฮปปี้และมีความสุข

ขยับร่างกาย แม้ว่าการออกกำลังกายจะเป็นสิ่งที่ต้องใช้ความพยายามในระดับหนึ่ง แต่การได้ขยับร่างกายบ้างก็จะทำให้คุณรู้สึกดี และได้พลังที่สดชื่น

ให้รางวัลกับชีวิต แม้ว่าบางอย่างในชีวิตจะไม่เป็นไปตามที่คุณต้องต้องการ แต่การให้รางวัลชีวิตตัวเองบ้างอ่างการไปกินอาหารอร่อย หรือดูหนังที่ชอบ ก็จะช่วยทำให้คุณมีความสุขได้

 

สนับสนุนโดย  bk8 login

อยากรู้ว่าเราเป็นโรคเบาหวาน

อยากรู้ว่าเราเป็นโรคเบาหวานหรือยังคุณจะต้องไปตรวจหาน้ำตาลในเลือด

สำหรับโรคเบาหวานนั้นมันเป็นโรคที่ไม่มีอาการเพราะฉะนั้นจะรอจนเกิดอาการเราขอบอกเลยว่ามันจะสายเกินคุณจะต้องรีบไปตรวจร่างกายในคนที่แข็งแรงปกติทุกอย่างคุณอาจจะไปตรวจทุกๆ3ปีก็ได้แต่ในคนที่ได้มีประวัติครอบครัวมาก่อนไม่แข็งแรงทำงานมากเครียดอ้วนมีโรคอื่นๆหรือจะสงสัยว่าตัวเองนั้นเป็นเบาหวานก็ควรที่จะไปทำการตรวจเช็คดูว่าบางทีคุณนั้น

อาจจะต้องเช็คทุก6เดือนหรือ1ปีครั้งหนึ่งทีนี้การที่ไปตรวจน้ำตาลในเลือดซึ่งเราก็จะพูดถึงเรื่องการวินิจไฉโรคเบาหวานมันจะดูเอาได้ง่ายๆซึ่งมันจะมีสิ่งที่ตัวคุณนั้นจะต้องดูหนึ่ง คุณจะต้องอดข้าวอดน้ำไปวันละ8ชั่วโมงและคุณก็ไปเจาะเลือดดูสำหรับคนปกติแล้วหลังจากที่ได้อดอาหารไป8ชั่วโมงน้ำตาลในเลือดนั้นมันก็อาจจะไม่เกิน99มิลลิกรัม

อันนี้กลุ่มคนที่ปกติ ถ้าน้ำตาลในเลือดของคุณนั้นเกิน126มิลลิกรัม นั่นแหละคุณเป็นเบาหวานแล้วแต่คนกลุ่มตรงกลางกลุ่มคนที่น้ำตาลไม่เกิน99มิลลิกรัมแต่ไม่ถึง126มิลลิกรัม

ซึ่งจะอยู่ในช่วง100-125มิลลิกรัม ซึ่งในกลุ่มนี้จะเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มก่อนเบาหวานส่วนใหญ่แล้วพอเวลามันเดินต่อไปตัวคุณนั้นจะเป็นเบาหวานเพราะฉะนั้นในกลุ่มนี้มันจะสำคัญเป็นอย่างมากหากใครที่รู็ตัวแล้วว่าตัวเองนั้นอยู่ในกลุ่มนี้ก็ควรที่จะระวัง สำหรับการระวังที่ดีนั้นก็จะต้องควบคุมอาหารและก็ออกกำลังกายและก็ลดน้ำหนักตัวลงและก็พบว่าการลดน้ำหนักตัวลงในกลุ่มนี้ซึ่งเราจะลดน้ำหนักตัวลงไป70%และโอกาสที่คุณนั้นจะเป็นเบาหวานมันก็จะลดลงไปประมาณ50%

เพราะฉะนั้นหากคุณได้อยู่ในกลุ่มนี้คุณจะต้องลดน้ำหนักออกกำลังกายควบคุมอาหารการกินให้ดีทีนี้เรารู้แล้วมันจะมีกลุ่มที่ไม่เป็นเบาหวานคือกลุ่มปกติน้ำตาลในเลือดหลังจากอดอาหารไม่เกิน100ที่อยู่ในช่วงไม่เกิน99มิลลิกรัมในกลุ่มที่เป็นเบาหวานก็คือน้ำตาลในเลือดนั้นสูงกว่า126มิลลิกรัมและในกลุ่มตรงกลางในระหว่าง100ถึง125มิลลิกรัม

ซึ่งจะเป็นกลุ่มก่อนเบาหวานสำหรับในกลุ่มนนี้หากเราอยากวินิจไฉต่อว่าจะเป็นเบาหวานหรือเปล่าจากนั้นคุณหมอก็จะเชิญตัวคุณไปที่โรงพยาบาลแล้วก็จะให้คุณนั้นดื่มน้ำหวานในน้ำหวานนั้นจะมีน้ำตาลประมาณ75กรัม

จากนั้นดื่มเสร็จคุณหมอก็จะให้คุณนั่งรอที่โรงพยาบาล2ชั่วโมงมาเจาะเลือดดูใหม่คนในปกติสามารถที่จะควบคุมน้ำตาลได้ด้วยตัวเองดีๆหลังจากที่2ชั่วโมงดื่มน้ำตาลเข้าไปแล้วน้ำตาลของคุณนั้นมันก็จะน้อยลงกว่า140แต่สำหรับกลุ่มคนที่ควบคุมน้ำตาลไม่ได้เลยน้ำตาลมันก็จะมากกว่า200วินิจไฉได้เลยว่าตัวคุณนั้นเป็นเบาหวานแล้ว

 

สนับสนุนโดย  bk8 ดีไหม

วิธีการเลือกสวมใส่หน้ากากอนามัยในการออกกำลังกาย

           เนื่องจากสถานการณ์ของประเทศไทยในขณะนี้ประชาชนจะต้องมีการดูแลตัวเองอย่างเข้มงวดในการที่จะเดินทางออกมานอกบ้านซึ่งทุกคนจะต้องมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยและแต่ละบ้านก็จะมีหน้ากากอนามัยที่ใช้งานแตกต่างกันบางคนมีฐานะก็จะซื้อหน้ากากอนามัย n95 ซึ่งหน้ากากอนามัยชนิดนี้จะสามารถป้องกันเชื้อไวรัสได้รวมถึงป้องกันฝุ่นละอองค่า PM 2.5 ได้อีกด้วย

ซึ่งขณะนี้ประเทศไทยเองก็พบปัญหาทางเชื้อไวรัสโคโรน่าและปัญหาค่าฝุ่นละออง PM 2.5 ที่สูงเกินมาตรฐานอยู่ตรงนั้นคนส่วนใหญ่หากมีกำลังทรัพย์ก็มักจะซื้อหน้ากากอนามัยแบบนี้มาใช้งานเพื่อที่จะได้ครอบคลุมการดูแลตัวเองได้ทั้งหมดหรือบางคนก็ซื้อหน้ากากอนามัยที่ใช้ในทางการแพทย์ที่เป็นสีฟ้าและสีเขียวซึ่งหน้ากากอนามัยนี้สามารถที่จะป้องกันเชื้อไวรัสโคโรน่าได้เช่นเดียวกันหากใครก็ตามที่มีกำลังทรัพย์น้อยก็อาจจะมีการทำหน้ากากอนามัยเองล่ะใช้ในการซื้อผ้ามาเย็บเป็นหน้ากากอนามัยซึ่งหน้ากากอนามัยชนิดนี้ป้องกันการติดเชื้อไวรัสได้แค่ระดับหนึ่งเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ดีในสถานการณ์แบบนี้ผู้คนที่รักการออกกำลังกายก็ยังคงต้องออกกำลังกายถึงแม้ว่าจะไม่สามารถไปออกกำลังกายที่ฟิตเนสได้แต่บริเวณนอกบ้านหรือสวนสาธารณะตอนนี้ก็เปิดให้บริการประชาชนได้ไปใช้บริการได้แล้วโดยการออกกำลังกายในช่วงนี้ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการวิ่งออกกำลังกายและแน่นอนว่าในช่วงที่ประชาชนออกไปวิ่งออกกำลังกายนั้นจะต้องมีการสวมใส่หน้ากากอนามัยด้วยเช่นเดียวกันและหลายคนก็จะนำหน้ากากอนามัยของตนเอง

กินอยู่ภายในบ้านออกมาใช้โดยทางคุณหมอได้มีการออกมาเตือนว่าหากใครก็ตามที่สวมใส่หน้ากากอนามัยขนาดที่วิ่งออกกำลังกายนั้นการใส่หน้ากากอนามัย n95 ไม่เหมาะอย่างยิ่งที่จะนำมาใส่วิ่งในขณะที่มีการออกกำลังกายเพราะจะไปกระตุ้นในเรื่องของระบบการหายใจที่ติดขัดได้เนื่องจากหน้ากากอนามัย n95 นั้น

ไม่มีจุดที่ระบายอากาศทำให้อาจจะพบปัญหาในเรื่องของหัวใจที่เต้นเร็วและเป็นลมถึงขั้นปกติเลยไปก็ได้ในขณะเดียวกันการสวมใส่หน้ากากอนามัยที่เป็นหน้ากากที่แพทย์มักใช้ในห้องผ่าตัดซึ่งเรามักจะเห็นว่าจะเป็นสีเขียวหรือสีฟ้าโดยที่หน้ากากอนามัยชนิดนี้จะสามารถป้องกันเชื้อไวรัสขนาดนั้นก็ไม่สมควรที่จะนำมาใส่วิ่งออกกำลังกายเช่นเดียวกันเนื่องจากหน้ากากอนามัยชนิดนี้จะมีการด้านข้างอย่างหนาแน่นมาวิ่งออกกำลังกายเราจะหายใจออกมาและลมหายใจของเราอยู่ที่หน้ากากอนามัย

ซึ่งจะทำให้เราต้องสูดคาร์บอนไดออกไซด์แทนที่จะเป็นออกซิเจนซึ่งจะมีผลทำให้เราเหนื่อยได้เร็วขึ้นและหายใจลำบากขึ้นดังนั้นจึงไม่เป็นผลดีสำหรับคนที่จะใส่หน้ากากชนิดนี้มาวิ่งออกกำลังกายคุณหมอได้แนะนำสำหรับคนที่อยากจะวิ่งออกกำลังกายว่าบริเวณที่เราวิ่งออกกำลังกายนั้นมันเป็นที่โล่งเป็นสวนสาธารณะหรือถนนในหมู่บ้านนั้นการเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั้นมีน้อยอยู่แล้วการใส่เพียงแค่หน้ากากอนามัยผ้าก็สามารถที่จะออกมาวิ่งออกกำลังกายได้แล้วมีเสียงที่จะเป็นลมหรือว่าเสียชีวิตอีกด้วย

 

 

ได้รับการสนับสนุนโดย  bk8 thai

วิธีการใส่ใจตัวเอง และกลับมารักและดูแลตัวเอง

     เชื่อว่าหลายคนคงเคยผ่านช่วงเวลาที่เรียกกันว่า การอกหัก ซึ่งอย่างที่เรารู้กันดีกว่าหากว่ามีอาการอกหักขึ้นเมื่อไหร่แล้วละก็ เราจะอยู่ในโหมดของการซึมเศร้า ไม่สนใจใคร เอาแต่ร้องไห้คร่ำครวญกับเรื่องที่ผ่านมา เฝ้าคิดถึงคนที่ทิ้งเราไป

และคิดวนเวียนว่าเราทำผิดอะไร ไม่ยอมกินข้าวกินปลารวมถึงขาดการดูแลใส่ใจตัวเอง เพราะคิดว่าไม่มีใครรักอีกต่อไป แต่เชื่อไหมคะว่าการที่เราอกหักรักคุดนั้นเราสามารถเศร้าได้ค่ะ แต่ควรจะไม่นาน โดยปกติแล้วเราควรเศร้าได้ไม่เกินภายใน สามวันเท่านั้น ไม่อย่างนั้นแล้ว เราะจะโทรมและเสียศูนย์ในการใช้ชีวิตและการใส่ใจตัวเองไปเลย

ดังนั้น เรามาดึงสติตัวเองกันดีกว่าค่ะ อย่ามัวเศร้า เพราะเศร้าไปเขาก็ไม่กลับมา อย่ามัวคิดว่าเราผิดอะไรเขาจึงทิ้งเราไปเพราะคิดไปเขาก็ไม่กลับมาอีกเช่นกัน ดังนั้นเลิกเศร้าแล้วหันกลับมาดูแลตัวเองดีกว่าค่ะ เรามาดูกันว่าเราควรจะทำอย่างไรให้เราหายเศร้า และกลับมาเริ่มต้นชีวิตของเราใหม่ด้วยความสดใสและมีความสุขกันค่ะ

  1. อันดับแรกเลย เราคงต้องเอาธรรมะเข้าช่วย ด้วยการฝึกทำสมาธิ อาจจะนั่งสมาธิก่อนนอนเพื่อช่วยให้เราจิตใจดีขึ้น จะได้มีเวลาทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมาและเมื่อปล่อยวางเรื่องเศร้าได้แล้วก็จะได้มีสติที่จะวางแผนกับชีวิตของตัวเองอย่างไรในอนาคต
  2. ให้เวลากับตัวเองมากขึ้น ลองหาหนังสือที่เราเคยสนใจมาอ่าน การที่เราอ่านหนังสือจดจ่ออยู่กับตัวหนังสือจะช่วยให้เราฟุ้งซ่านน้อยลงและยังสามารถนำหลักการคิดดีดีจากหนังสือมาใช้กับชีวิตประจำวันของตัวเองได้
  3. ออกไปท่องโลกกว้างเสียบ้าง เชื่อว่าหลายคนตอนมีแฟนคงไม่ได้ค่อยไปเที่ยวไหนสักเท่าไหร่ เพราะต้องมัวตัวติดอยู่กับแฟน ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสที่ดีของเราที่จะได้ไปเจอโลกกว้างไปเที่ยวในสถานที่ที่เราไม่เคยไป เพื่อที่เราจะได้ไปเจอสิ่งใหม่ๆ รับรองว่ากลับมาจากไปเที่ยวครั้งนี้คุณจะลืมความเศร้าไปเลย
  4. สร้างความมั่นใจให้กับตัวเอง หลายคนตอนที่มีแฟนมักจะไม่ค่อยแต่งตัว เพราะกลัวแฟนไม่ชอบ แต่งโป๊ก็ไม่ได้ อยากใส่ยีนใส่ขาสั้นก็โดนแฟนบ่น ครั้งนี้ละค่ะ เราจะเป็นตัวของเราเอง อยากใส่แบบไหนที่เราคิดว่าดีและเราชอบก็สามารถทำตามใจของตัวเองได้เลยไม่ต้องแคร์ใคร เลิกแต่งตัวเหมือนป้า แล้วออกมาว่าวิ่งตามแฟชั่นในแบบที่เป็นตัวเราเองจะทำให้เรากลายเป็นที่สนใจกับคนรอบข้างได้เลยทีเดียว

ลองเอาสี่อย่างนี้ไปลองทำกันดูนะคะ รับรองว่า ชีวิตจะหายเศร้าและสดชื่นขึ้นมาแน่นอนค่ะ

 

ขอบคุณผู้ให้การสนับสนุนโดย  rb88

คุณแม่มือใหม่ต้องบำรุงอะไรขณะตั้งครรภ์นะ

สำหรับคุณแม่มือใหม่ที่กำลังตั้งครรภ์นั้น ควรที่จะเน้นอาหารสำหรับทานเข้าไปและการดูแลตัวเองเป็นพิเศษ คุณจะเห็นได้ว่าสำหรับคุณแม่มือใหม่นั้นไม่ว่าคุณจะทานอะไรเข้าไปส่วนหนึ่งจะเข้าไปในร่างกายของคุณและส่งต่อไปยังลูกในครรภ์ของคุณนั่นเอง

นั่นก็เท่ากับว่าถ้าหากคุณต้องการที่จะให้ลูกในครรภ์ของคุณมีความแข็งแรงและฉลาดคุณนั้นจะต้องบำรุงอาหารจากการทานของคุณเองเพื่อส่งต่อไปยังลูกน้อยในครรภ์ของคุณนั้นเอง เพราะยิ่งไม่ดูแลเอาใจใส่และทานอาหารที่มีแต่ประโยชน์หรืออาหารดีๆเท่ากับว่าลูกน้อยของคุณนั้น จะแข็งแรงและไม่ทำให้เขาป่วยง่าย

ซึ่งหลักง่ายๆของการตั้งครรภ์ถ้าหากคุณต้องการให้ลูกในท้องของคุณนั้นแข็งแรงคุณก็จะต้องเริ่มที่จะต้องดูแลตั้งแต่ในครรภ์เพราะคนส่วนใหญ่มักคิดว่าเด็กในครรภ์ไม่ต้องการสารอาหารแต่จริงๆแล้วพวกเขารับสารอาหารมาตั้งแต่อยู่ในท้องของคุณนั่นเองซึ่งคุณจะทานอะไรเข้าไปผลที่ตามมาลูกของคุณก็จะได้เช่นกันไม่ว่าจะเป็นของที่มีประโยชน์หรือของที่ไม่มีประโยชน์ก็ตามนั่นเท่ากับว่าไม่ว่าคุณจะทานอะไรเข้าไปลูกในครรภ์ของคุณก็จะได้รับไปด้วย

อย่างเช่นที่คุณหมอคอยแนะนำกันอยู่บ่อยๆว่าให้ทานวิตามินให้ครบและก็กินอาหารที่ดีและมีประโยชน์เพราะนั่นเท่ากับว่าเด็กที่อยู่ในครรภ์ของคุณจะแข็งแรงสมบูรณ์ไปด้วย หลายคนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับการทานอาหารเพราะคนส่วนใหญ่มักจะมองว่าหิวอะไรก็ทานั้นและไม่ค่อยบำรุงขณะตั้งครรภ์จึงทำให้เด็กออกมาค่อนข้างที่จะไม่สมบูรณ์แบบบางคนก็ตัวเล็กจนเกินไปน้ำหนักไม่ได้ตามเกณฑ์ที่ต้องการหรือบางคนที่มีการเผชิญสิ่งต่างๆรอบตัวจึงทำให้เด็กออกมาไม่ครบถ้วนสมบูรณ์ก็มีเช่นกันดังนั้นแม่จึงเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำให้ลูกในครรภ์ของเขาออกมาในสภาพที่สมบูรณ์หรือไม่สมบูรณ์ก็ตาม

อาหารที่คุณแม่ควรที่จะเลือกทานส่วนใหญ่ก็จะมีทั้งโปรตีนที่เป็นโปรตีนสูง อาหารที่เป็นธาตุเหล็กสูง ผักผลไม้ที่มีวิตามินสูงและก็นมสิ่งเหล่านี้เป็นขั้นพื้นฐานเบื้องต้นที่แม่ควรที่จะทานเข้าไปเพื่อเป็นการบำรุงให้ลูกของคุณในครรภ์มีความแข็งแรง เพราะส่วนใหญ่แล้วลูกจะดูดทรัพย์อาหารจากมารดาได้มากที่สุดแต่นั่นก็คือสิ่งที่โลกต้องการมักจะเป็นอาหารที่กล่าวมาข้างต้นดังนั้นคุณแม่เวลาจะเลือกทานก็ควรเลือกทานอาหารให้เหมาะสมเพื่อทำให้ลูกในครรภ์ของคุณแข็งแรงไปด้วยจะดีกว่าและควรหลีกเลี่ยงอาหารที่เป็นไขมันเพราะนอกจากไม่บำรุงลูกของคุณแล้วยังทำให้คุณอ้วนได้อีกด้วยนะ

 

สนับสนุนโดย  next88 ดีไหม

เช็คด่วน หากมีอาการเหล่านี้

เช็คด่วน หากมีอาการเหล่านี้เราอาจจะกำลังเสี่ยงที่จะป่วยติดเชื้อโควิด-19 ก็ได้

         เราทราบกันดีอยู่แล้วว่าอาการป่วยที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 นั้นมักจะมีอาการคล้ายกับคนเป็นไข้หวัดซึ่งจะมีทั้งการไอ การจาม มีน้ำมูก  มีเสมหะ  และที่สำคัญจะมีปัญหาเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจมีอาการเหนื่อยหอบง่ายซึ่งอาการเหล่านี้คืออาการเบื้องต้นพื้นฐานของผู้ที่อาจจะมีการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งโดยปกติแล้ว

หากมีอาการเช่นนี้และเคยมีประวัติอยู่ใกล้ชิดหรือติดต่อกับคนที่มีความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโคโรน่าทางโรงพยาบาลก็จะมีการนำไปตรวจร่างกายเพื่อหาผลผลตรวจซึ่งถ้าหากตรวจออกมาแล้วผลการตรวจเป็นบวกก็แสดงว่าเรากำลังติดเชื้อไวรัสโคโรนาอยู่  แต่ในปัจจุบันนี้อาการเหล่านี้เป็นอาการที่บ่งบอกเบื้องต้นเท่านั้น

ว่าเราอาจจะมีความเสี่ยงในการติดเชื้อยังมีอีกหลายอาการที่ทำให้เราติดเชื้อไวรัสโคโรน่าซึ่งอาจจะทำให้เราไม่รู้ตัวว่าเราติดเชื้อเลยก็ได้ ลองมาสำรวจตนเองไหนว่าหากมีอาการดังต่อไปนี้ควรรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อเช็คอาการเพราะอาจเป็นสัญญาณเบื้องต้นว่าเรากำลังเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าก็ได้ 

       อาการใหม่ที่บ่งบอกว่าติดเชื้อไวรัสโคโรน่านั่นก็คือจมูกของเราจะไม่ได้กลิ่นซึ่งหากใครก็ตามที่มีเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ในร่างกายจะส่งผลให้การรับกลิ่นของจมูกนั้นมีปัญหา อันดับต่อมาต้องตรวจดูสายตาด้วยโดยกลุ่มคนที่มีอาการตาแดงร่วมกับการไม่ได้กลิ่นมักจะมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโคโรน่าที่สำคัญตามร่างกายจะมีผื่นขึ้น

โดยลักษณะของพืชนั้นจะเป็นผื่นสีแดงๆคล้ายๆกับลมพิษแต่จะมีความเจ็บรวมถึงจะมีอาการท้องเสียรวมอยู่ด้วยแต่อาการท้องเสียนี้มักจะไม่รุนแรงเท่าไหร่ซึ่งถ้าเราสังเกตร่างกายของตัวเราเองนั้นถึงแม้ว่าจะไม่มีไข้แต่ถ้ามีทั้ง 4 อาการนี้เกิดขึ้นพร้อมกันแสดงว่าเราอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่อาจจะมีเชื้อไวรัสโคโรน่าอยู่ในร่างกายได้ดังนั้นควรจะรีบไปพบแพทย์แล้วแจ้งอาการเบื้องต้นนี้

ให้ทางแพทย์ทราบเพื่อจะได้มีการส่งตรวจสอบร่างกายและที่สำคัญควรจะมีการให้ประวัติข้อมูลอย่างละเอียดว่าไปที่ไหนหรือเกี่ยวข้องกับใครที่มีความสัมพันธ์ที่อาจจะมีการแพร่เชื้อไวรัสโคโรน่ามาให้เราได้หรือไม่โดยเฉพาะอยู่ใกล้ชิดกับคนที่เดินทางมาจากต่างประเทศ ส่วนการรักษาอาการนั้นทางแพทย์จะมีการรักษาตามอาการซึ่งปัจจุบันยังไม่มีตัวยาที่สามารถรักษาโรคไวรัสโควิด-19 ได้โดยตรง

ทริกการลดน้ำหนักที่ถึงแม้อยู่ที่ทำงานก็สามารถทำได้

         ผู้หญิงหลายๆคนมักจะต้องการมีรูปร่างที่สวยงามผอมเพรียวเวลาใส่เสื้อผ้าก็จะดูสวยแต่ในขณะเดียวกันก็ไม่มีการออกกำลังกายแต่ยังกินอาหารที่ทำให้ตัวเองอ้วนง่ายซึ่งมีน้ำหนักตัวขึ้นเมื่อไหร่เราก็มักจะได้ยินสาวๆหลายๆคนบ่นว่าน้ำหนักขึ้นไม่รู้จะทำยังไงไม่มีเวลาออกกำลังกายเลย  ซึ่งหลายคนก็น่าจะปัญหาว่าตั้งแต่เช้ามืด

และกว่าจะถึงบ้านก็ค่ำมืดแล้วยังงั้นจึงไม่มีเวลาที่จะไปเข้าฟิตเนสเพื่อออกกำลังกายในขณะเดียวกันวันหยุดทั้งทีก็อยากจะพักผ่อนอยู่ที่บ้านดังนั้นน้ำหนักตัวจึงพุ่งขึ้นเรื่อยๆบทความนี้จึงจะมาแนะนำวิธีการปรับเปลี่ยนดูแลตัวเองเป็นเทคนิคลดน้ําหนักง่ายๆสำหรับคนที่ไม่ค่อยมีเวลานะอยู่ที่ทำงานก็สามารถที่จะใช้ตรีได้

       อย่างแรกเลยการทำงานอยู่ที่ออฟฟิศนั้นเราจะต้องมีการขยับก็ยืนเนื้อตัวบ้างการที่เรานั่งอยู่เก้าอี้เป็นเวลานานๆนั้นจะทำให้เราปวดเมื่อยเนื้อตัวและส่งผลให้เราปวดแขนปวดขาอีกทั้งยังทำให้เราอ้วนได้อีกด้วยดังนั้นการที่เรานั่งทำงานไปละอาจจะลุกเดินไปเข้าห้องน้ำบ้างก็จะถือว่าเราได้มีการเดินออกกำลังกายไปในตัวรวมถึงออฟฟิศของเราไม่ได้สูงมากนัก

แทนที่เราจะขึ้นลิฟท์เราก็เปลี่ยนเป็นวิธีการเดินขึ้นบันไดแทนแค่นี้ก็จะช่วยในเรื่องของการออกกำลังกายในช่วงเวลาทำงานของเราได้ดีอีกด้วยและอีกเหตุผลหนึ่งที่ทำให้สาวออฟฟิศอ้วนบ่อยๆนั้นก็คือมักจะมีของกินจุกจิกมาวางไว้ที่โต๊ะทำงานไม่ว่าจะเป็นนมไข่มุก  กาแฟ และน้ำหวานอื่นๆอีกมากมาย

ซึ่งส่วนใหญ่ก็จะมีการตั้งไว้บนโต๊ะทำงานรวมถึงพวกผลไม้รสหวานไม่ว่าจะเป็นชมพู่มะม่วง อื่นๆอีกมากมายและบางคนยังมีจัดชุดใหญ่เช่นขนมปังเอาไว้กินในขณะที่หิวโดยที่ยังไม่พักเที่ยงสิ่งของเหล่านี้ที่เรากินเป็นตัวที่ช่วยให้เราอ้วนได้เร็วขึ้นและนั้นหากเป็นไปได้มีควรมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการกินไม่กินจุกจิกระหว่างมื้องาน

แต่ควรกินอาหารเป็นเช้ากลางวันเย็นแทนซึ่งสิ่งที่ดีที่สุดก็คือการทานมื้อเช้าให้มากที่สุดแล้วมื้อกลางวันลดลงมาหน่อยจดไม่เย็นก็ทานเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแถวนี้ก็สามารถควบคุมอาหารการกินของเราได้แล้วและที่สำคัญต้องไม่ลืมดื่มน้ำเยอะๆเพราะจะช่วยขับสารพิษออกจากร่างกายและช่วยให้เรากระชุ่มกระชวยระบบเผาผลาญดีที่สำคัญ

จะไม่เสี่ยงเป็นโรคขาดน้ำแล้วจะหาต้องการควบคุมน้ำหนักเราควรดื่มน้ำก่อนกินข้าวประมาณซัก 15 นาทีเพื่อที่จะได้ให้เรารู้สึกว่าเราอิ่มในเมื่อเราอิ่มแล้วก็จะทำให้เรากินข้าวได้น้อยลงเพียงเท่านี้นางก็จะช่วยให้เราลดความอ้วนได้ดีอีกด้วยและหากเลิกงานตอนเย็นแล้วยังไม่ได้กลับบ้านก็สามารถแวะห้างไปเดินช็อปปิ้งเดินมองเสื้อผ้าสวยๆอาจจะไม่ต้องซื้อก็ได้เพียงแค่เราเดินภายในบริเวณห้ามเป็นการเรียกเนื้อให้กับตัวเราเองก็สามารถทำให้น้ำหนักของเราลดลงได้

 

สนับสนุนโดย  เว็บพนันออนไลน์