ประโยชน์ของไซเดอร์เวนิกามันดีอย่างไร?

ประโยชน์ของไซเดอร์เวนิกามันดีอย่างไร?

เมื่อไหร่ก็ตามที่น้ำตาลในเลือดของท่านขึ้นสุดลงสุดแบบนี้คุณจะหิวบ่อยมากๆให้เปรียบเทียบเวลาที่ท่านกินสเต๊กชิ้นนึงคุณจะไม่ค่อยหิว ประโยชน์ของไซเดอร์เวนิกา   แต่ถ้าคุณไปกินชานมไข่มุกหรือว่าเค้กสักพักนึงน้ำตาลมันจะสวิงแบบนี้จะหิวเร็ว ซึ่งแอปเปิลไซเดอร์เวนิกาจะช่วยในจุดนี้จะทำให้น้ำหนักท่านลดง่ายอิ่มง่ายไม่หิวเร็วคอเลสเตอรอลลดลงไตรกลีเซอไรด์ลดลงไขมันเลวลดลงไขมันดีเพิ่มขึ้นนั่นเอง

นอกจากนี้มันยะงช่วยทำให้การขับถ่ายของคุณนั้นดีขึ้นอย่างมาก เพราะว่าตัวแอปเปิลไซเดอร์เวนิกาหรือน้ำส้มสายซูหมักที่หมักจากตัวแอปเปิลจะช่วยปรับสมดุลแบคทีเรียในลำไส้เราใช้คำว่าปรับสมดุลเพราะว่าแบคทีเรียในลำไส้นั้นมีทั้งดีและไม่ดี

เมื่อไหร่ก็ตามที่เราทำลายแบคทีเรียไปทั้งหมดแบบนี้จะไม่ดีเราจะต้องเลือกทำลายแบคทีเรียที่ไม่ดีแบคทีเรียที่ก่อโรคและช่วยทำให้แบคทีเรียที่ดีนั้นดีมากขึ้นมีเยอะขึ้น ซึ่งตัวแอปเปิลไซเดอร์เวนิกาได้ทำหน้าที่นี้ได้อย่างยอดเยี่ยมมันจะทำให้การขับถ่ายของคุณนั้นดีขึ้นเข้าห้องน้ำตรงเวลามีระบบขับถ่ายที่ยอดเยี่ยม

อาการท้องอืดอาการแน่นท้องจะลดลงเพียงท่านดื่มแอปเปิลไซเดอร์เวนิกาโดยใช้แอปเปิลไซเดอร์เวนิกา1-2ช้อนชาบวกกับน้ำก่อนมื้ออาหารและตอนเช้าหลังตื่นนอนนั่นเอง

เพราะฉะนั้นแล้วในการย่อยและการดูซึมอาหารต่างๆรวมทั้งวิตามินแร่ธาตุต่างๆจะดีขึ้นเป็นอย่างมากโดยตัวแอปเปิลไซเดอร์เวนิกาแล้วตัวมันไม่ได้มีอะไรหรอกตัวมันที่สำคัญจริงๆคือกรดแอซีติก ซึ่งจะช่วยปรับสมดุลกรดเบสในร่างกายของเราให้ดีให้ยอดเยี่ยมมากยิ่งขึ้นและตัวแอปเปิลไซเดอร์เวนิกา

เมื่อทำให้กระเพาะของเรามีสมดุลกรดเบสที่เหมาะสมแล้วจะช่วยเพิ่มการดูดซึมแร่ธตุต่างๆไม่ว่าจะเป็นแคลเซียมแมกนีเซียมโพแทสเซียมวิตามินบีวิตามินซีวิตามินเคมากมายกลากลายเลยทำให้เราได้รับประโยชน์จากอาหารที่เราทานทุกวันแบบคุ้มค่ามากขึ้น  กริลแอร์  รวมทั้งจะเพิ่มการหลั่งน้ำดีจากตับเพิ่มการหลั่งน้ำย่อยจากตับอ่อน 

ซึ่งมันจะทำให้เราย่อยสลายไขมันได้ดีขึ้นนั่นเองยังไม่พอมันยังจะช่วยย่อยสลายโปรตีนให้กลายเป็นอะมิโนเพื่อให้ร่างกายนำไปใช้ซ่อมแซมในส่วนที่สึกหรอเพราะฉะนั้นใครที่เล่นกล้ามอยากจะบิ้วกล้ามอยากจะมีกล้ามเนื้อที่สวยที่แข็งแรงแอปเปิลไซเดอร์เวนิกาช่วยให้คุณดูดซึมโปรตีนที่คุณนั้นกินได้เป็นอย่างดีนั่นเองรวมทั้งจะทำให้ท่านท้องไม่อืดเวลาทานโปรตีนมากๆจะทำให้ได้สารอาหารที่ครบถ้วนและไม่ทรมานท้องนั่นเอง

อาการแบบไหนที่เป็นแผลกระเพาะอาหาร

ซึ่งเป็นคำถามที่สุดยอดมากเลยหลายคนก็เข้ามาถามว่าปวดท้องแบบไหนที่เป็นตัวบ่งบอกว่าเป็นแผลในกระเพาะอาหาร  แผลกระเพาะอาหาร  ดังนั้นเดี๋ยวเราจะมาคุยกันในเรื่องนี้หลายคนบางทีก็ปวดเยอะถึงขั้นปวดมากเลยอันนี้มันจะเป็นกระเพาะหรือว่าเป็นไส้ติ่งกันแน่ 

ก่อนอื่นเรามาดูตำแหน่งของกระเพาะอาหารของเราก่อนกระเพาะอาหารของเราจะอยู่ด้านบนบริเวณช่องท้องของเราแล้วเยื้องไปทางด้านซ้ายหน้าที่ของกระเพาะอาหารก็จะมีหน้าที่ย่อยอาหารเมื่ออาหารผ่านเข้าไปบริเวณที่ปากมันก็จะผ่านเข้าไปที่หลอดอาหารส่งไปยังกระเพาะอาหาร 

เมื่อถึงกระเพาะอาหารก็จะทำการย่อยอาหารจากนั้นก็เพราะอาหารก็จะทำการบีบตัวส่งไปยังลำไส้เล็กลำไส้ใหญ่จากนั้นก็ขับถ่ายออกมาเป็นของเสียถ้ากระเพาะอาหารของเรามีแต่ขึ้นมาหรือว่าเกิดอาการอักเสบขึ้นมาก็จะส่งผลทำให้เรามีอาการปวดท้องขึ้นมาโดยอาการปวดท้องก็จะปวดที่บริเวณลิ้นปี่หรือว่าเยื้องไปทางด้านซ้ายเล็กน้อยและอาการปวดหัวก็จะมีอาการปวดแบบบีบๆแบบว่าปวดแล้วก็คลายปวดแล้วก็คลายแบบนี้จะค้างอยู่ประมาณ 5-10 นาทีได้

ส่วนอาการว่าจะปวดมากหรือว่าปวดน้อยก็คือมันจะขึ้นอยู่แต่ละบุคคลถ้าบางคนเป็นแผลในกระเพาะอาหารมากหรือว่าอักเสบมากมันก็จะมีอาการปวดมากกว่าคนที่อักเสบน้อยนอกจากนี้อาการปวดมักจะเป็นในตอนท้องว่างหรือว่าตอนอดอาหารตอนเราท้องว่างหรือว่าเวลาหิวมันก็จะปวดท้องขึ้นมามันก็จะปวดนิดเดียวและพอกินอาหารลงไปแล้วมันก็จะปวดหลังกินอาหารไปมันก็ยังปวดบิดอยู่หรือพูดง่ายๆว่ากินก็ปวดหิวก็ปวดอันนี้ก็จะเป็นตัวบ่งบอกว่าอันนี้น่าจะเป็นแผลในกระเพาะอาหารแล้ว

นอกจากนี้มันก็อาจจะมีอาการอื่นๆร่วมด้วยได้หรือว่ามีอาการคลื่นไส้ได้หรือว่ามีอาการท้องอืดหรือว่ามีอาการเรอเหม็นเปรี้ยวอยู่บ่อยๆก็ได้เลยทีเดียวหลายคนก็ถามเลยว่าแผลในกระเพาะอาหารนี้มันสามารถเกิดจากอะไรได้บ้างปัจจัยที่จะทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารหลักๆก็จะเกิดจากยาแก้ปวดในกลุ่ม nsaids หรือพวกยาละลายลิ่มเลือดต่างๆ

เพราะว่ากลุ่มยาพวกนี้มันก็จะเข้าไปทำให้ระคายเคืองกระเพาะเกิดแผลในกระเพาะอาหารเกิดกระเพาะอาหารอักเสบขึ้นมาได้ นอกจากนี้คนที่บริโภคหรือว่าดื่มแอลกอฮอล์บ่อยๆไม่ว่าจะเป็นเบียร์เหล้าสีเหล้าขาวหรือว่าไวน์พวกนี้เป็นแอลกอฮอล์มันจะเข้าไปกระตุ้นทำให้กระเพาะอาหารของเราเกิดแผลและอักเสบขึ้นมาได้สมุนไพรบางชนิดก็ทำให้เกิดแผลในกระเพาะอาหารเช่นกัน

 

สนับสนุนโดย.    ชุดตรวจ hiv

ใครบ้างห้ามฉีดวัคซีนโควิด-19

ใครบ้างห้ามฉีดวัคซีน หลายคนสงสัยและได้ถามกันเข้ามาว่าตัวเองนั้นเป็นโรคนั้นโรคนี้กินยาโน่นกินยานี้ห้ามไปฉีดวัคซีนหรือเปล่าดังนั้นเราจะมาพูดถึง 4 กลุ่มคนห้ามฉีดวัคซีนโดยเด็ดขาด

กลุ่มคนที่ 1 มีอาการแพ้วัคซีนแบบรุนแรง ใครที่มีอาการแพ้วัคซีน covid-19 แบบรุนแรงหากฉีดเข้าไปแล้วมีอาการ หอบเหนื่อย ใจสั่น อาเจียน ความดันตกช็อค แบบนี้แสดงว่าคุณแพ้วัคซีนอย่างรุนแรง ห้ามฉีดวัคซีน covid 19 

ซึ่งหลายคนก็ยังสงสัยว่าแล้วจะรู้ได้ยังไงว่าตัวเองนั้นแพ้วัคซีนก็ต้องบอกเลยว่าเป็นวัคซีนที่ใหม่ในเข็มแรกยังไม่มีใครเป็นอะไรและไม่รู้เลยว่าแพ้วัคซีน แต่ถ้าเราฉีดเข็มแรกไปแล้วและมีอาการรุนแรง ก็แนะนำว่าเข็มที่ 2 คนอาจจะต้องเปลี่ยนยี่ห้อวัคซีน หรือไม่ก็ปรึกษาแพทย์ก่อนหรืออาจจะเว้นระยะห่างหรือว่าเปลี่ยนเป็นยี่ห้อไหนดีคุณก็จะได้ปลอดภัยจากการฉีดวัคซีนในครั้งต่อไป 

กลุ่มคนที่สองก็คือ กลุ่มคนที่มีอาการเจ็บป่วยอยู่ ใครที่มีอาการเจ็บป่วยหรือกำลังรักษาโรคที่ยังเจ็บปวดอยู่หรือว่ายังนอนโรงพยาบาลอยู่ยังมีอาการป่วยวิกฤตอยู่แบบนี้ยังไม่แนะนำให้ฉีดวัคซีน covid ให้คนเลื่อนออกไปก่อนเพื่อที่จะได้รักษาตัวให้ดีขึ้นก่อน 

โดยเราจะยกตัวอย่างเช่นคนที่มีกระเพาะปัสสาวะอักเสบก็ได้มีอาการไข้หนาวสั่นอยู่แบบนี้ก็ยังไม่แนะนำให้ไปฉีดวัคซีนโควิดเพราะอาจจะทำให้มีผลข้างเคียง อาการไม่พึงประสงค์และจะเป็นมากกว่าคนทั่วไปก็เป็นได้ ดังนั้นเราขอแนะนำว่ารักษาตัวให้หายก่อนแล้วค่อยไปฉีดวัคซีน covid-19 

กลุ่มคนที่ 3 ก็คือ คนที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปี สำหรับใครที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปีก็ยังไม่แนะนำให้ไปฉีดวัคซีน covid 19 เพราะว่าวัคซีน covid-19 ยังมีการศึกษาคนที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปียังน้อยอยู่ในคนที่เป็นเด็กในคนที่เป็นวัยรุ่นเหล่านี้ยังไม่มีการศึกษาในเรื่องของประสิทธิภาพและความปลอดภัยมากเท่าที่ควร 

ดังนั้นแนะนำว่าคนที่มีอายุน้อยกว่า 18 ปีแนะนำว่ายังไม่ควรได้รับการฉีดวัคซีน covid-19 แต่คนที่มีอายุมากกว่า 18 ปีสามารถฉีดวัคซีนได้ปกติ 

กลุ่มคนที่ 4 ก็คือ กลุ่มคนที่ติดโควิด 19 สำหรับใครที่ติด covid-19 อยู่ก็แนะนำว่าอย่าเพิ่งไปฉีดวัคซีน covid-19 ให้ทำการรักษาตัวให้เสร็จเรียบร้อยก่อนเสร็จแล้วรอระยะเวลาประมาณ 3 ถึง 6 เดือน แล้วค่อยไปฉีดวัคซีน

ซึ่งคนที่ติดวัคซีน covid-19 มานั้นฉีดวัคซีนแค่ 1 เข็ม แต่สำหรับคนทั่วไปจะต้องฉีดวัคซีน covid-19 จำนวน 2 เข็มอย่างไรก็ตามควรศึกษาหาข้อมูลก่อนไปฉีดวัคซีนกันก่อนนะ

 

สนับสนุนโดย.    หวยดี

3 สมุนไพรฤทธิ์ร้อน ต้านหวัดได้ 

ในปัจจุบันนี้ เชื่อว่าหลายคนยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับการเป็นหวัดกันเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคนที่มีร่างกายที่อ่อนแอ ยิ่งไม่ว่าจะเข้าสู่สภาะไหน หรือฤดูไหนก็ตาม จะต้องเป็นหวัดกันอยู่บ่อย ๆ รู้หรือไม่ว่าอาการหวัดที่เป็น ๆ อยู่นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน ซึ่งการเป็นนหวัดนั้นนอกจากจะเกิดขึ้นจากการที่อากาศบ้านเราเปลี่ยนแปลงบบ่อย จนส่งผลให้สภาพร่างกายของเราปรับไม้ทันตามสภาพอากาศได้แล้ว

ยังเกิดขึ้นได้จากพฤติกรรมการใช้ชีวิตของเราได้ด้วยเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น การรับประทานอาหาร หรือแม้แต่การออกกำลังกาย อย่างไรก็ตาม ยิ่งช่วงนี้สถานการณ์บ้านเรายิ่งเต็มไปด้วยโรคระบาดที่ยังไม่สามารถรรักษาให้หายได้ ยิ่งทำให้หลายคนเป็นกังวลว่า หากเป็นหวัดแล้วจะยิ่งทำให้ติดโรคได้ง่าย ดังนั้น ไม่ต้องกังวลไป

เพราะสมัยปัจจุบันนี้มีวิธีการที่ช่วยในการรักษาอาการหวัดได้ นั่นก็คือการใช้สมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน เพราะสมัยนี้มีสมุนไพรไทยจำนวนหนึ่งที่มีสรรพคุณในการรักษาอาการหวัดได้ และวันนี้เราจะมาแนะนำสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน เผื่อใครที่กำลังเผชิญกับอาการเป็นหวัดอยู่บ่อย ๆ จะได้ลองใช้ และลองนำไปรักษาตนเองเบื้องต้น เพื่อสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงและปลอดภัยจากโรคร้าย จะมีสมุนไพรชนิดไหนกันบ้างไปดูกันเลย 

หอมแดงช่วยต้านหวัด แน่นอนว่าหากเราเป็นหวัด จะต้องส่งผลให้ระบบทางเดินหายใจของเรานั้นทำงานไม่สะดวก การใช้หอมแดงเป็นทางแก้ถือว่าช่วยได้ในระดับหนึ่ง เนื่องจากว่าหอมแดงเป็นพืชสมุนไพรที่สามารถช่วยในการลดการอักเสบในร่างกายได้ ทั้งยังช่วยในการต้านอาการเป็นหวัดได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

เพราะในหอมแดงจะมีสารมากมายชนิดที่ส่วนช่วยต้านการอักเสบ ดังนั้น หากใครที่เป็นหวัดบ่อย ๆ แนะนำให้นำหอมแดงมาทุบ จากนั้นก็ให้ห่อด้วยผ้าขาวบาง นำไปวางบริเวณที่ใกล้ ๆ กับตนเอง หรืออาจนำไปวางไว้ใต้หมอนก็ได้ เพื่อให้ฤทธิ์ของหอมแดงช่วยในการดูดซึมความร้อนออกมาจากร่างกาย 

ขิงช่วยต้านหวัด เนื่องจากขิงเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน จึงสามารถช่วยต้านการอักเสบ ช่วยแก้อาการไอ และช่วยในการขับเสบหะออกมาจากร่างกายได้ ทั้งยังช่วยในการต้านการเป็นไข้หวัดใหญ่ได้อีกด้วย ดังนั้น เพื่อช่วยบรรเทาอาการหวัดหากใครที่กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับรักษาอาการเป็นหวัด การเลือกใช้สมุนไพรชนิดนี้ถือว่าดีที่สุด เพราะเป็นสมุนไพรที่มีฤทธิ์ร้อน ไม่ว่าจะทานแบบสด ๆ หรืออาจจะนำมาหั่นให้ทานง่าย หรืออาจนำไปต้มก็มีประโยชน์ไม่แพ้กัน แต่ถ้าจะให้ดีแนะนำให้นำไปต้มเป็นน้ำขิงอุ่น ๆ ดื่มเป็นประจำเช้า กลางวัน เย็น มื้อละ 1 แก้ว จะสามารถช่วยบรรเทาอาการเป็นหวัด และช่วยในการลดน้ำมูกได้อีกด้วย 

ตะไคร้ต้านหวัด เป็นสมุนไพรที่ทุกบ้านต้องมีอยู่แล้ว เพราะตะไคร้สามารถนำมาเป็นเครื่องเคียงในการประกอบอาหารได้หลายอย่างเพื่อช่วยในการเพิ่มความอร่อย และเพิ่มความหอม แต่รู้หรือไม่ว่าสมุนไพรชนิดนี้ถึงแม้ว่าจะหาง่าย และมีอยู่ทั่ว ๆ ไปก็สามารถช่วยในการลดอาการหวัดได้ ไม่ว่าจะเป็น ไข้หวัดใหญ่ แก้อาการปวดต่าง ๆ เนื่องจาตะไคร้จะมีฤทธิ์ที่สามารถช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับภูมิคุ้มกันได้เป็นอย่างดี ดังนั้น หากใครที่เป็นหวัด ๆ ต้องไม่พลาดอย่างเด็ดขาด 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.    หวยฮานอย บาทละ 1000

การกินแบบไหนที่จะช่วยลดความอ้วนที่ได้ผลมากที่สุด

       การกินแบบไหนที่จะช่วยลดความอ้วน   เราอาจจะเคยได้ยินวิธีการลดความอ้วนมามากมายหลากหลายแบบทั้งการกินแบบคีโตหรือการกินแบบไอเอฟรวมถึงการกินอาหารและออกกำลังกายร่วมด้วย   แต่คุณรู้หรือไม่ว่าวิธีการกินอาหารแบบนั้นถึงแม้จะสามารถลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนของคุณได้แต่ถ้าเกิดว่าคุณไม่ทำอย่างต่อเนื่องและไม่ทำตลอดทั้งชีวิตของคุณ  

และเมื่อไหร่ก็ตามที่คุณหยุดทำหรือหยุดกินตามแบบนั้นคุณก็จะกลับมาอ้วนทันทีและอาจจะกลับมาอ้วนมากขึ้นกว่าเดิมก็เป็นไปได้ดังนั้นวันนี้เราจะมาแนะนำวิธีการกินที่ได้ผลดีมากที่สุดที่จะทำให้คุณสามารถลดความอ้วนได้และที่สำคัญถ้าคุณกินแบบนี้คุณจะไม่กลับไปอ้วนอีกเลย

         สำหรับการกินและจะทำให้เราผอมนั้นบอกได้เลยว่าคุณไม่จำเป็นที่จะต้องกินแค่มื้อเดียวหรือกินแค่ 2 มื้อ  หรือบางคนอาจจะเลือกที่จะไม่กินอาหารมื้อเย็นซึ่งวิธีการนี้บอกได้เลยว่าเป็นวิธีการที่ไม่ดีมากๆต่อร่างกายของคุณเองการที่คุณจะทำการลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนนั้น

คุณสามารถกินอาหารได้ครบทั้ง 3 มื้อและคุณสามารถกินอาหารให้อิ่มเพราะถึงแม้ว่าคุณจะกิน 3 มื้อและคุณเลือกที่จะกินแค่มื้อละน้อยๆเท่านั้นก็ไม่ช่วยให้คุณลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนได้

        การที่คุณกินอาหารครบ 3 มื้อนั้นคุณยังสามารถลดน้ำหนักได้โดยวิธีการกินนั้นเราจะแนะนำวิธีการให้คุณเลือกกินอาหารที่เหมาะกับร่างกายของคุณด้วยคุณสามารถเลือกกินอาหารอะไรก็ได้แต่คุณจะต้องมีโปรตีนในอาหารของคุณให้ครบมื้อละ 100 กรัมและที่สำคัญที่สุดก็คือเวลาที่คุณกินอาหารในแต่ละมื้อของคุณนั้นให้คุณเลือกกินอาหารที่เป็นโปรตีนก่อน

เมื่อกินอาหารที่เป็นโปรตีนหมดแล้วค่อยเลือกกินอาหารที่เป็นผักและถึงตามมาด้วยคาร์โบไฮเดรต  เชื่อหรือไม่ว่าวิธีการแบบนี้จะช่วยทำให้คุณนั้นน้ำหนักลงได้และเห็นผลมากอีกด้วย 

           สำหรับการกินอาหารโดยเน้นการกินโปรตีนก่อนเป็นหลักนั้นก็เพราะว่าโดยปกติแล้วในชีวิตประจำวันเชื่อว่าคนทุกคนนั้นกินโปรตีนในปริมาณที่น้อยมากถ้าคุณสังเกตอาหารในจานของคุณนั้นจะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่จะมีแป้งและก็จะมีผักค่อนข้างเยอะแต่จะมีเนื้อสัตว์น้อยมากทำให้คนเรานั้นในแต่ละมื้อเรียกได้ว่าคุณได้รับโปรตีนไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

          ที่สำคัญเวลาที่ระบบการเผาผลาญไขมันของร่างกายของคุณนั้นทำงานมันจะเลือกที่จะเผาผลาญน้ำตาลออกไปก่อน

ดังนั้นเมื่อคุณกินแค่แป้งและผักซึ่งก็เป็นแป้งเหมือนกันก็จะทำให้คุณนั้นผสมแป้งในร่างกายค่อนข้างเยอะมากเลยทีเดียวดังนั้นร่างกายของคุณก็จะไม่สามารถที่จะไปดึงไขมันเก่าออกมาใช้งาน และยิ่งกินโปรตีนเข้าไปเยอะก็ได้มาสะสมของแป้งก็จะน้อยลงทำให้คุณไม่อ้วนอย่างแน่นอน

 

สนับสนุนโดย.  agplus

เหตุผลที่ควรเราไม่ควรกินถั่วงอกดิบ 

        เหตุผลที่ควรเราไม่ควรกินถั่วงอกดิบ   ถั่วงอกคือผักชนิดหนึ่งซึ่งแน่นอนว่าเป็นอาหารที่คนนิยมกินกันมากและการกินถั่วงอกนั้นคนส่วนใหญ่นิยมกินแบบดิบเพราะจะให้รสชาติที่กรุบกรอบและอร่อยซึ่งส่วนใหญ่เรามักจะกินถั่วงอกดิบในการกินควบคู่กับอาหารชนิดอื่นๆเช่นกินคู่กับขนมจีนน้ำยาหรือไม่ก็กินคู่กับน้ำพริก

แต่คุณรู้หรือไม่ว่าการกินถั่วงอกติดนั้นส่งผลเสียต่อร่างกายมากกว่าผลดีถึงแม้ว่าถั่วงอกนั้นจะเป็นผักแต่การรับประทานถั่วงอกนั้นควรจะรับประทานแบบสุกจะให้ประโยชน์กับร่างกายได้มากกว่า  ดังนั้นเราจะมาดูกันว่าทำไมเราถึงไม่ควรกินถั่วงอกดิบเมื่อคืนไปแล้วมีอันตรายเกิดขึ้นอะไรกับเราได้บ้าง

        อย่างที่เรารู้กันดีว่าถั่วงอกนั้นปลูกขึ้นมาจากสถานที่ที่มีความชื้นซึ่งถ้าหากเราไปปลูกถั่วงอกในอุณหภูมิที่มีความร้อนจะไม่ทำให้ถั่วงอกนั้นเกิดขึ้นมาได้แต่เมื่อใดก็ตามที่เราปลูกในสถานที่ที่มีความชื้นยิ่งชื้นมากถั่วงอกก็จะยิ่งขึ้นได้ดี

และอย่าที่เรารู้กันดีว่าช่วยโลกส่วนใหญ่ก็มักจะอยู่ในความชื้นเช่นเดียวกันดังนั้นเมื่อมีการปลูกถั่วงอกในจุดที่มีความชื้นสูงงอกเจริญงอกงามดีเชื้อโรคก็เจริญงอกงามดีตามถั่วงอกด้วยนั่นเอง

         สำหรับเชื้อโรคที่มาพร้อมกับถั่วงอกนั้นจะมีเชื้อสมอเนล่า และเชื้อ อีโคไล  ซึ่งมันจะมาตอนที่มีการปลูกถั่วงอกท่านเองและถ้าหากว่าเรานำถั่วงอกมารับประทาน

โดยที่เราล้างไม่สะอาดเชื้อเหล่านี้ก็อาจจะยังคงติดอยู่กับถั่วงอกและเมื่อเรารับประทานเข้าไปก็จะส่งผลเสียต่อร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อทั้งสองชนิดนี้ หากเรากิน เข้าไปแล้วมันจะส่งผลทำให้เราเกิดอาการท้องเสียได้ 

        นอกจากนี้จะเห็นได้ว่าถ้าถั่วงอกนั้นมีความอวบและความขาวโดยเฉพาะมีความขาวมากๆแสดงว่าเป็นถั่วงอกที่อันตรายมากเนื่องจากว่าโดยปกติแล้วถั่วงอกที่เป็นสีขาวนั้นมักจะถูกล้างโดยสารฟอกขาวซึ่งยิ่งถั่วงอกขาวเท่าไหร่สารฟอกขาวก็ยึดติดที่ถั่วงอกมากในปริมาณมากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น เมื่อเรานำถั่วงอกมากินแล้วล้างสารฟอกขาวไม่หมด สารนี้ก็จะเข้าไปในร่างกายของเราได้เช่นเดียวกัน 

       และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใดก็คือในถั่วงอกนั้นจะมีสารชนิดหนึ่งที่ชื่อว่าไฟแต่ซึ่งสารชนิดนี้นั้นคุณสมบัติของมันจะไปยับยั้งการดูดซับแร่ธาตุและสารอาหารต่างๆเมื่อเรากินถั่วงอกในปริมาณที่เยอะ สารชนิดนี้ก็จะเยอะตามไปด้วยและมันจะส่งผลทำให้เราไม่สามารถดูดซับและธาตุและสารอาหารต่างๆในร่างกายเพื่อไปบำรุงร่างกายให้กับตัวเราได้นั่นเอง

 

สนับสนุนโดย.    WM Casino

ขั้นตอนการรักษา หากติดเชื้อไวรัสโควิด-19

      หากติดเชื้อไวรัสโควิด-19 สำหรับคนที่สนใจข้อมูลกับการรักษาอาการติดเชื้อไวรัสโควิด-19  ว่ามีขั้นตอนการรักษาอย่างไรบ้างวันนี้เราจะมาแนะนำข้อมูลแบบคร่าวคร่าวเพื่อเราจะได้รู้ข้อมูลล่วงหน้าว่าหากเราติดเชื้อไวรัส covid-19  แล้วเราต้องเจอกับการรักษาแบบไหนบ้างเพื่อให้อาการของเราหายเร็วยิ่งขึ้น 

      สำหรับอาการเริ่มแรก ของคนที่ติดเชื้อไวรัส covid

นั้นจะมีอาการไข้ขึ้นซึ่งไข้จะขึ้นสูงมากโดยปกติแล้วจะไม่ต่ำกว่า 38 องศาและอาจสูงถึง 40 องศาได้ในขณะเดียวกันก็จะมีการไอร่วมด้วยซึ่งลักษณะของการไอนั้นจะเป็นไอแบบแห้งๆและบางคนอาจจะมีเสมหะหรือบางคนนั้นอาจจะมีปัญหาเรื่องของการลดหรือการบำรุงดินด้วยเช่นเดียวกัน

       หลังจากที่มีการตรวจเจอไวรัสโควิตแล้วคุณหมอที่ทำการรักษาจะเริ่มให้คนไข้นั้นกินยาต้านไวรัส covid โดยยาต้านไวรัสโควิคนั้นมีชื่อว่ายาฟาวิพิราเวียร์  ด้วยการกินยาชนิดนี้นั้นจะต้องกินครั้งละ 9 เม็ด   โดยมีการกินพร้อมกันทีเดียวและคุณหมอจะคอยเฝ้าสังเกตอาการเป็นระยะนอกจากจะกินยาแล้วคุณหมอยังต้องมีการตรวจวัดไข้ทุกๆ 4 ชั่วโมงอีกด้วยแต่ถ้าเกิดว่ากินยาแล้วไข้ไม่ลดคุณหมอก็จะต้องมีการฉีดยาเข้าเส้นเลือดผ่านทางน้ำเกลือเพื่อพยายามทำให้ไข้ลดลงให้ได้และถ้าไข้ยังไม่ลดลงอีกคุณหมอก็จะมีการพิจารณาอาจจะเพิ่มตัวยาเข้าไปให้อีก

          ซึ่งการรักษานั้นจะเน้นการรักษาอาการลดไข้เป็นหลัก

นอกจากนี้แล้วก็มีการเข้าไปทำงานปวดปอดอีกด้วยเพราะถ้าหากว่ามีการติดเชื้อแล้วเกิดปอดอักเสบขึ้นมาแล้วเราก็การรักษาก็จะต้องมีความยุ่งยากเพิ่มขึ้นมากไปอีกเนื่องจากว่าไวรัส covid นี้อันตรายมากที่สุดก็คือถ้าหากเชื้อลงปอดซึ่งถ้าหากใครเป็นไวรัสโควิด แต่เชื้อไม่ลงปอดนั้นรักษาตามอาการโดยการกินยาลดไข้กินยาต้านไวรัสรวมถึงกินยาลดอาการไอน้ำมูกถ้าเกิดไข้หมดไม่มีการไอไม่มีเสมหะก็สามารถรักษาให้หายขาดได้แต่ถ้าเมื่อใดก็ตามอาการรุนแรงแล้วเชื้อเกิดการอักเสบลงไปที่ปอดถ้าเชื้อไวรัสลงไปปอดไม่เกิน 50% ก็ยังสามารถที่จะทำการรักษาได้

              โดยคุณหมอจะมีการรักษาค่อยๆเอาเชื้อไวรัสออกจากปอดแต่ถ้าเกิดว่าเกินกว่า 50% แล้วมันจะมีผลต่อระบบทางเดินหายใจซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะหายใจไม่สะดวกจนต้องให้ออกซิเจนกันเลยทีเดียวอย่างไรก็ตามระหว่างที่มีการรักษาไวรัสโควิตนั้นคุณหมอจะต้องมีการตรวจวัดค่าออกซิเจนทุกวัน

ซึ่งออริเจนสำหรับคนปกตินั้นจะต้องไม่ต่ำกว่า 96 เปอร์เซ็นต์รวมถึงจะต้องมีการเช็คเกี่ยวกับเรื่องของการเต้นของหัวใจอีกด้วยดังนั้นจึงต้องมีการตรวจร่างกายทุกวันและที่สำคัญถ้าหากใครได้กินยาต้านไวรัสเข้าไปแล้วเราก็จะต้องมีการเจาะเลือดรวมถึงเอาปัสสาวะไปตรวจแบบวันเว้นวันกันเลยทีเดียว 

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  wm gaming

ดีหรือไม่ เมื่อคนวัยทองทานฮอร์โมนชดเชย

 

ฮอร์โมนที่จำเป็นต้องทานในวัยทอง คืออะไร ?

คนวัยทองทานฮอร์โมนชดเชย ฮอร์โมนที่ให้คนวัยทองทานเป็นฮอร์โมนสังเคราะห์ใช้สำหรับ เพื่อดูแลอาการที่มักจะเกิดขึ้นในวัยทอง ซึ่งคุณผู้หญิงจะใช้พวกเอสโตรเจน ที่มีส่วนประกอบเดียวกับฮอร์โมนผู้หญิงภายในร่างกาย บางทีอาจให้ทานคู่กับฮอร์โมนผู้หญิงอีกตัวหนึ่ง เป็นโปรเจสเตอโรน ที่มีคุณลักษณะเหมือนกันกับฮอร์โมนเพศตามธรรมชาติ แต่ว่าจำนวนมากนิยมใช้ประเภทยารับประทาน

ยิ่งไปกว่านี้ คุณหมออาจพินิจให้ฮอร์โมนชดเชยวัยทองในแบบอื่น ๆ ดังเช่น

– ฮอร์โทนชดเชยวัยทองแบบเจล (สำหรับทาผิวหนัง)

– ฮอร์โมนชดเชยวัยทองแบบแผ่นติด

– ฮอร์โมนชดเชยวัยทองแบบใส่ทางช่องคลอด

– ฮอร์โมนชดเชยวัยทองแบบพ่นเข้าจมูก

ขึ้นกับในกรณีที่คนไข้มีปัญหาเกี่ยวกับตับ ระบบทางเดินอาหาร โรคเบาหวาน ภาวการณ์ไขมันในเลือดสูง ปวดหัวแบบไมเกรน ฯลฯ

 

การเลือกสมุนไพรดูแลตนเองในตอนวัยทอง

แนวทางแบบนี้บางทีอาจเป็นหนทางที่ดีมากกว่าการทานยาฮอร์โมนชดเชย เพราะว่าเป็นแนวทางธรรมชาติแล้วก็ไม่มีอันตรายต่อร่างกายในระยะยาวมากยิ่งกว่า ไม่ทิ้งสารตกค้าง หรือการสั่งสมของสารสังเคราะห์ต่าง ๆ ยกตัวอย่างสมุนไพรที่กำลังให้ความสนใจมากในตอนนี้ เช่น ตังกุย ยังสามารถทานเพื่อบำรุงได้ตั้งแต่ก่อนเป็นวัยทอง ตอนวัยทอง และก็หลังเป็นวัยทอง อีกด้วย

จุดเด่นของฮอร์โมนชดเชยวัยทอง

เดี๋ยวนี้การดูแลและรักษาหรือการบรรเทาอาการวัยทองในหญิงหลาย ๆ คน ชอบเน้นย้ำ เลือกการกินยาฮอร์โมนตอบแทน เนื่องจากว่าหาง่ายแล้วก็มีความสบาย ทั้งยังได้ผลลัพธ์ได้เร็วแก้อาการได้จริง ฮอร์โมนชดเชยวัยทองก็เลยเป็นตัวเลือกแรก ๆ ที่มักถูกประยุกต์ใช้รักษา

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นของฮอร์โมนตอบแทนวัยทอง

หากมีการกินโดยไม่มีหมอผู้ชำนาญดูแล หรือกินไม่ถูกชนิดแล้วก็เกินจำนวน บางทีอาจก่อให้เกิดผลเสียให้มีเลือดไหลทางช่องคลอด เจ็บเต้านม ลักษณะของการปวดหัวไมเกรน แล้วก็อื่น ๆ ขึ้นกับร่างกายแต่ละคน

 

สำหรับหัวข้อฮอร์โมนชดเชยวัยทองในวันนี้ การเลือกรักษาด้วยการใช้แนวทางแบบนี้จะไม่เป็นผลกระทบต่อสุขภาพร่างกายเท่าไรนักถ้ามีผู้ชำนาญ หรือหมอรอให้คำแนะนำดูแลเอาใจใส่ด้วยความใกล้ชิด แล้วก็คุณยังสามารถเลือกบำรุงร่างกายด้วยสมุนไพรที่ได้จากธรรมชาติพร้อม ๆ กันได้อีกด้วย เนื่องจากว่าสมุนไพรที่แนะนำว่าให้คนวัยทองทาน เพื่อจะช่วยลดอาการต่าง ๆ

ในวัยทองได้ดีมากว่าเดิม ก็ควรปรึกษาแพทย์ เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ ทั้งนี้คนวัยทองก็อย่าลืมดูแลตนเองด้วยหลักพื้นฐานของการดูแลสุขภาพ คือ รับประทานอาหารให้ครบทุกหมู่ ทานหลากหลาย ออกกำลังกายเบา ๆ สำหรับคนวัยทอง และพักผ่อนให้เพียงพอ

 

สนับสนุนเรื่องราวโดย.  aesexy

ปวดหัวเพราะขาดคาเฟอีนควรทำอย่างไร

    แน่นอนว่า กาแฟ เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ปวดหัวเพราะขาดคาเฟอีน เพราะเนื่องจากในกาแฟนั้นจะมีส่วนผสมของคาเฟอีน ซึ่งสารชนิดนี้เป็นสารที่ช่วยในเรื่องของการกระตุ้นระบบประสาทให้ตื่นตัวอยู่ตลอด จึงเป็นเมนูที่ได้รับความนิยมในช่วงเช้า เพราะชีวิตของวัยทำงานต้อง ตื่นเช้า นอนดึกกันเป็นประจำอยู่แล้ว ดังนั้น กาแฟจึงสำคัญและจำเป็นมากกับหลายๆ คน

ปวดหัวเพราะขาดคาเฟอีน รู้หรือไม่ว่า เมื่อร่างกายของเราได้รับคาเฟอีนเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอไม่เพียงแต่ช่วยให้เราหายง่วง หรือสมองตื่นตัวเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดหัวเฉียบพลันได้อีกด้วย แต่ทว่าการดื่มกาแฟก็ไม่ส่งผลดีต่อร่างกายของเราได้มากมัก จึงทำให้ใครหลายๆ

คนเลือกที่จะหยุดดื่มกาแฟแบบหักดิบไปเลย เพราะอาจจะกลัวว่าหากเราดื่มเข้าไปมากๆ กาแฟอาจไปทำลายสุขภาพของเราได้ อย่างไรก็ตาม วันนี้เราจะมายกตัวอย่างว่าหากเราเลือกที่จะไม่ดื่มกาแฟแล้ว อละรู้สึกปวดหัวเมื่อขาดคาเฟอีนในกาแฟควรจะทำอย่างไรดี วันนี้เรามีคำตอบค่ะ 

การลดปริมาณ หากคุณต้องการที่จะเลิกดื่มกาแฟอย่างเด็ดขาดเพราะเกรงว่าอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพ แต่คุณยังอาจมีภาวะปวดหัวเนื่องจากร่างกายขาดคาเฟอีน ทางที่ดีที่สุด เราไม่ควรที่จะเลิกดื่มเลยทันที แต่ควรเลือกบริโภคในปริมาณที่ลดน้อยลงกว่าเดิมจากที่เคยกิน เช่น หากคุณดื่มเป็นประจำทุกวัน แต่ให้ลดลงมาเป็น อาทิตย์ละ 2-3 ครั้ง ค่อย ๆ ทำไปเรื่อย ๆ ลดปริมาณลงเรื่อย ๆ เพื่อให้ร่างกายของเราได้ปรับเปลี่ยนได้ทัน

ดื่มเครื่องดื่มที่ใกล้เคียง เพื่อป้องกันอาการปวดหัวเฉียบพลันจากการที่ร่างกายขาดคาเฟอีน ควรหันมาดื่มเครื่องดื่มชนิดอื่นแทน เช่น โกโก้ ชา หรือช็อกโกแลต เพราะอาจเป็นเครื่องดื่มที่ใกล้เคียงและอาจมีส่วนผสมของคาเฟอีนอยู่บ้าง แต่ก็ไม่ได้มากเท่ากับกาแฟ 

จำกัดปริมาณ การจำกัดปริมาณในการดื่มกาแฟ เช่น หากว่าก่อนหน้านี้คุณดื่มแก้วใหญ่ มาวันนี้ให้ลดปริมาณลงมาให้เหลือเพียงแก้วเล็ก ทำแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนกว่าคุณจะชิน ร่างกายที่อาจปวดหัวเมื่อขาดคาเฟอีนก็จะค่อย ๆ ลดลงไปเรื่อย ๆ 

อย่างไรก็ตาม สารคาเฟอีนที่ผสมอยู่ในกาแฟ การที่จะออกฤทธิ์ได้ก็ขึ้นอยู่กับร่างกายของแต่ละคนด้วย ว่าจะมีความแข็งแรงมากน้อยแค่ไหน  เพราะเนื่องจากคาเฟอีนเป็นสารที่ช่วยในเรื่องของการกระตุ้นระบบประสาท ซึ่งทำให้ร่างกายของแต่ละคนนั้นรู้สึกกระปรี้กระเปร่า รู้สึกมีร่างกายที่กระฉับกระเฉงมากขึ้น นอกจากนี้แล้วยังรวมเป็นสารเสพติดที่อาจส่งงผลให้ใครหลาย ๆ คนติดได้ง่าย และไม่สามารถเลิกได้ เพราะหากเลิกก็จะรู้สึกร่างกายขาดคาเฟอีน หรือปวดหัวเฉียบพลันนั่นเอง หากไม่เลิกอย่างถูกวิธี

 

 

สนับสนุนโดย.  hiallbet

ขับถ่ายยาก ปัญหาที่เราไม่ควรมองข้าม

ขับถ่าย ยากเป็นปัญหาหนัก และเป็นปัญหากวนใจสำหรับใครหลายคนเป็นอย่างมาก ซึ่งปัญหานี้สร้างความรำคาญในการใช้ชีวิตให้กับใครหลายคนเป็นอย่างมาก ทำให้เรารู้สึกอึดอัด และถ้าว่าปล่อยให้ท้องผูก ก็จะยิ่งเป็นปัญหาใหญ่เพิ่มมากขึ้นไปอีก และเป็นปัญหาที่ร้ายแรงถึงขั้นเป็นมะเร็งลำไส้เลยก็ได้ หากใครที่คิดว่าท้องผูกก็แค่กินยา อย่าคิดว่าหาท้องผูกกินยาแล้วจะหาย เพราะเราไม่รู้เลยว่าเป็นอาการท้องผูกธรรมดา หรือเป็นอาการท้องผูกเรื้อรังไปแล้ว หากไม่ได้รบการตรวจร่างกาย

ขับถ่ายยาก เพราะหากเป็นท้องผูกเรื้อรังก็มีความเสี่ยงสูงที่จะเป็นมะเร็งลำไส้ได้ นอกจากนี้แล้วอีกสาเหตุหนึ่งที่อาจก่อให้เกิดอาการท้องผูกก็คือ พฤติกรรมการรับประทานอาหารของเรานั่นเอง อย่างไรก็ตาม ปัญหาเรื่องของการขับถ่ายจึงเป็นปัญหาที่เราทุกคนนั้นไม่ควรมองข้ามมันอย่างเด็ดขาด เพราะอาจส่งผลได้มากต่อสุขภาพร่างกายของเรา ดังนั้น ปัญหาการขับถ่ายจะเป็นเรื่องง่าย หากคุณได้ลองทำตามวิธีที่เราได้นำมาฝากกัน ซึ่งก็เป็นวิธีง่าย ๆ ทั้งยังสามารถช่วยลดอาการท้องผูกได้อีกด้วย

ขับถ่ายให้เป็นเวลา การขับถ่ายให้เป็นเวลาจะช่วยให้ระบบการขับถ่ายของเราทำงานได้ดีมากขึ้นตลอดทั้งวัน และที่สำคัญเลยเราไม่ควรอั้นอุจจาระ เพราะจะส่งผลเสียต่อลำไส้ของเรา การขับถ่ายที่ดีคือการเลือกเวลาในการขับถ่าย และปรับเปลี่ยนท่าให้เหมาะสมเวลาเข้าห้องน้ำ หรือหากต้องการถ่ายคล่องมากขึ้น ก็ควรที่จะมีเก้าอี้เล็ก ๆ หนึ่งตัวไว้พักขา เรียนแบบทางนั่งยอง ๆ เพื่อให้การขับถ่ายของเรานั้นสะดวกมากขึ้น 

การรับประทานอาหาร การเลือกรับประทานอาหารประเภท ผักผลไม้ หรือธัญพืช จะสามารถเพิ่มใยอาหารให้แก่ร่างกาย และเป็นผลดีต่อระบบขับถ่ายของเรา เพราะอาหารที่มีกากใยอาหารสูงนั้น มักจะพบในผัก ผลไม้ ซึ่งอาหารประเภทนี้แน่นอนว่าไม่เพียงแต่ช่วยในเรื่องของสุขภาพร่างกายและผิวพรรณของเราเท่านั้น ยังช่วยให้ระบบขับถ่ายของเราทำงานได้ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย อีกทั้งยังเป็นอาหารที่สามารถช่วยลดอาการท้องผูกได้เป็นอย่างดี หากใครที่มีปัญหาถ่ายไม่คล่อง และท้องผูกอยู่บ่อย ๆ ควรที่จะหลีกเลี่ยงอาหารประเภทนม เพราะนมจะมีขันสูงที่อาจส่งผลเสียต่อระบบขับถ่ายได้ 

การเคลื่อนไหวร่างกาย หรือการออกกำลังกาย การทีเราจะช่วยส่งเสริมการทำงานของระบบขับถ่าย แน่นอนว่าต้องมีการออกกำลังกาย ไม่ว่าจะเป็นการเดิน การวิ่ง เล่นโยคะ หรือการทำกิจกรรมอื่น ๆ ที่ช่วยให้ร่างกาของเราได้เคลื่อนไหว เพียงทำวันละ 20-30 นาที จะช่วยให้ระบบย่อยอาหารของเราทำงานได้ดีขึ้น ทั้งยังช่วยเคลื่อนไหวลำไส้ให้ทำงานได้เป็นปกติอีกด้วย อีกทั้งยังช่วยให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงได้อีกด้วย

 

สนับสนุนโดย.  ชุดตรวจ hiv